บันทึกเหตุการณ์ที่สำคัญเกี่ยวกับเขาใหญ่
หน้า 2
เดชนา ชุตินารา ผู้รวบรวม
1 ธันวาคม 2507
อ.ส.ท. รับมอบกิจการสนามกอล์ฟมาดำเนินงาน
2 ธันวาคม 2507
มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณากำหนดแผนพัฒนาเขาใหญ่ครั้งที่ 1 พลโทเฉลิมชัย
จารุวัสตร์ ผู้อำนวยการ อ.ส.ท. ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า สมควรจะเลือกเอาเขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติ
หรือเพิกถอนพื้นที่เพื่อการพัฒนาท่องเที่ยว โดยมีสิ่งจูงใจ เช่น สระว่ายน้ำ
สนามกอล์ฟ สนามเทนนิส มีม้าให้ขี่เล่น มีฟลอโชว์ให้ดู และอาจมีรำไทยให้ฝรั่งดูด้วย
22 มกราคม 2508
ในที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติให้เปิดเขตพัฒนาบริการประชาชน
30 ตร. ก.ม. ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณากำหนดแผนพัฒนาเขาใหญ่
ผู้อำนวยการ อ.ส.ท. แจ้งว่า อ.ส.ท. จำเป็นต้องกระทำตามคำสั่งรัฐบาลในการรับโอนกิจการสถานพักตากอากาศมาดำเนินการ
สิ่งต่างๆ ที่ดำเนินมาผิดๆ ไม่ใช่ อ.ส.ท. ดำเนินมาก่อน ฉะนั้นต่อไปขอให้ทางกรมป่าไม้
สนับสนุน อ.ส.ท. ให้ปฏิบัติโดยถูกต้องตามกฎหมายและถือเป็นมติด้วย
กระทรวงกลาโหมขอให้กระทรวงเกษตรพิจารณาเรื่อง สำนักงานช่วยเหลือทางทหารสหรัฐขอใช้พื้นที่บนเขาเขียว
เพื่อติดตั้งเสาอากาศสำหรับระบบโทรคมนาคม
ม.ร.ว. จักรทอง ทองใหญ่ ปลัดกระทรวงเกษตรซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ
แจ้งให้ทางผู้แทนกองทัพอากาศทราบว่า เมื่อหมดธุระที่มอสิงโตแล้ว ก็ขอให้ทางกองทัพอากาศถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป
พร้อมกับหน่วย Jusmac (หน่วยทหารอเมริกัน) การที่ พล. อ.อ. บุญชู จันทรุเบกษา
จะสร้างบ้านพักรับรองขึ้นนั้นต้องทำการตกลงกันใหม่ เพราะตามข้อตกลงเดิม กองทัพอากาศขอพื้นที่เพื่อสร้างเรดาร์เท่านั้น
8 กุมภาพันธ์ 2508
มีการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ และมีบันทึกข้อตกลงระหว่าง กระทรวงเกษตรและกระทรวงกลาโหม
ซึ่งสรุปประเด็นที่สำคัญคือ ยินยอมให้กระทรวงกลาโหมใช้พื้นที่ได้ แต่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
และให้ยึดถือปฏิบัติตาม พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ
ขณะที่มีการตกลงกันนี้ ทางกองทัพอากาศได้ขึ้นไปถางป่าก่อสร้างอาคารต่างๆ
บนยอดเขาเขียว เป็นเนื้อที่ 14.06 ไร่
28 พฤษภาคม 2508
ที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ อ.ส.ท. เสนอขอให้ทางกระทรวงเกษตรพิจารณาแต่งตั้งพนักงาน
อ.ส.ท. เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. อุทยานฯ แต่ได้รับอนุมัติให้มีหน้าที่เพียง
"เพื่ออำนวยความสะดวกในการทัศนาจรหรือการพักอาศัย"
22 พฤศจิกายน 2512
การพลังงานแห่งชาติแถลงข่าว จะจัดสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าตามโครงการคลองท่าด่าน
ซึ่งจะเป็นเขื่อนบนภูเขาแห่งแรกในเมืองไทย สิ้นค่าใช้จ่ายประมาณ 400 ล้านบาท
ผลที่ได้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า 4 แสนกิโลวัตต์ และผลพลอยได้คือ ก่อให้เกิดทะเลสาบขนาดใหญ่กว่า
40 ตร. ก.ม. ซึ่งจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่
7 ธันวาคม 2512
เจ้าหน้าที่และยามสายตรวจ ออกตรวจตราพื้นที่ป่าบริเวณแนวเขตติดต่อระหว่าง
จ.สระบุรีกับนครราชสีมา ตรวจพบและจับกุมผู้ลักลอบล่าสัตว์ พร้อมของกลาง ซึ่งประกอบด้วยนกกระทาดง
4 ตัว เผือกหรือบ่วงดักนก 1 ผืนยาวประมาณ 4 วา หลอดสำหรับเป่าเรียกนก 1 ชุด
2 อัน จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ. อ.ปากช่อง
18 ธันวาคม 2512
เวลา 11.30 น. ขณะที่นายประยูร พยัคฆ์เจริญ พนักงานป่าไม้ตรี พร้อมยามสายตรวจ
5 คน ออกตรวจป่าบริเวณป่าคลองชะนี ใกล้หมู่บ้านวังโตงต้น ต.หมูสี อ.ปากช่อง
พบนักล่าสัตว์ 2 คน ซึ่งแอบซุ่มล่าสัตว์อยู่ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่จึงยิงปืนสวนมา
2 นัดซ้อน ปรากฏว่านายเลิศ มนัสศิลา ยามสายตรวจถูกกระสุนปืนบริเวณท้องซ้าย
อาการสาหัสมาก จึงนำส่งโรงพยาบาล แพทย์ทำการรักษาจนปลอดภัย ส่วนนักล่าสัตว์หลบหนีไป
24 ธันวาคม 2512
เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ออกตรวจพื้นที่ป่าบริเวณลำน้ำใสใหญ่ พบชาวบ้าน ต.จันทึก
อ.ปากช่อง 7 คนเข้าไปทำการระเบิดปลาในลำน้ำใสใหญ่ ใกล้บ้านวังกระท้อน เทือกเขากำแพง
ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย จึงทำการจับกุมตัวแล้วเปรียบเทียบปรับ
ในวันเดียวกัน พบชาวบ้าน ต.หมูสี อ.ปากช่อง 10 คน บุกรุกพื้นที่เขตอุทยานฯเพื่อทำไร่และเลี้ยงสัตว์
ปรากฏว่าพื้นที่ถูกบุกรุกทำลายไป 40-50 ไร่ เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมและเปรียบเทียบปรับ
แล้วแจ้งให้ทุกคนออกนอกเขตอุทยานฯ ภายในกำหนด15 วัน
6 มกราคม 2513
เจ้าหน้าที่พร้อมยามสายตรวจ ออกสำรวจสภาพป่าด้านหมู่บ้านวังบอน อ.ปากพลี
นครนายก พบว่าเชิงเขาด้านนี้ถูกชาวบ้านบุกรุกเพื่อทำไร่มากมาย มีทางเท้าขึ้นเขาใหญ่เป็นทางเตียนโล่ง
พบร่องรอยทำไม้แปรรูป เก็บหาของป่า เช่น ตัดหวาย หาไม้หอม เก็บเปลือกสีเสียด
นอกจากนั้นยังพบที่พักชั่วคราวของคณะหัวหน้าศาลจังหวัดนครนายก ซึ่งเดินทางไปชมน้ำตกเหวนรกและล่าสัตว์
เมื่อวันที่ 5-7 ธ.ค. 2512 โดยพบร่องรอยการยิงปืนและกล่องกระสุนปืน เมื่อสอบถามไปยังจังหวัดนครนายกก็ทราบว่าคณะล่าสัตว์นี้ยิงหมูป่าได้
1 ตัวภายในเขตอุทยานฯ เจ้าหน้าที่จึงทำรายงานเสนออธิบดีกรมป่าไม้ เพื่อพิจารณาสั่งการและดำเนินงานต่อไป
18 กุมภาพันธ์ 2513
เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พร้อมยามสายตรวจ ออกตรวจบริเวณป่าด้านเหวปลากั้ง ต.หมูสี
อ.ปากช่อง พบผู้กระทำผิด พ.ร.บ. อุทยานฯ 1 ราย พร้อมปืนแก๊ปยาว 1 กระบอก
และนกกะบ้าที่ถูกยิง 1 ตัว จึงจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.อ.ปากช่อง
27 เมษายน 2513
เวลา 08.30 น. ยามสายตรวจอุทยานฯ ซึ่งไปประจำการที่สถานีวิจัยต้นน้ำลำตะคอง
คือ นายสมนึก เมื่อจตุรัส และนายเงิน โกรกลาง ได้ออกตรวจตราบริเวณป่าเชิงเขาลูกช้าง
นายสมนึกเดินนำหน้าถูกคนร้ายดักซุ่มยิงทางข้างหลังกระสุนฝังใน 9 นัด นายสมนึกตายทันทีที่อยู่ในเครื่องแบบ
นายเงินฯ จึงนำความแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับ ผู้บังคับบัญชาจึงแจ้งต่อไปยังพนักงานสอบสวย
สภ.อ.ปากช่อง เพื่อไปสอบสวนและชันสูตรศพต่อไป
31 ตุลาคม 2513
เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ตรวจพบไม้ท่อนโต ขนาด 50 ซ.ม. ยาว 2.50 เมตร จำนวน 27
ท่อน โดยที่คนงานสนามกอล์ฟเป็นผู้ตัดฟันโดยพลการ เจ้าหน้าที่จึงอายัดไม้ไว้เพื่อดำเนินการต่อไป
4 ธันวาคม 2513
เวลา 01.30 น. รถบรรทุกกระบะ 6 ล้อ ยี่ห้อ Dodge 500 แล่นมาจากบ้านหัวฝาย
(ก.ม. 24.5) มีผู้โดยสารติดมาด้วย 2 คน เมื่อถึง ก.ม. 38.3 ซึ่งเป็นทางชันและลื่นมากเพราะฝนตก
คนขับได้เบรกเพื่อชลอความเร็ว แต่รถปัดและพลิกคว่ำลง ทำให้ผู้โดยสารถูกเก๋งหลังคาทับตายคาที่
1 คน ในวันเดียวกันนี้เอง เจ้าหน้าที่จับกุมชายอีก 2 คน อยู่ที่ที่พักชั่วคราวริมคลองทิ้งกระบอก
ได้ของกลางคือ ปืนแก๊ปยาวไม่มีทะเบียน 2 กระบอก ดินดำ 2 ขวด ซากขากวาง 5
ขา กะโหลก 1 กะโหลกหนังหัวกวางซึ่งย่างแห้งแล้ว 1 แผ่น เนื้อกวางอีกเล็กน้อย
ไม้หอม 4 ปิ๊บ ขวานฟันไม้ 2 เล่ม มีดและสิ่วเจาะไม้หอม 3 อัน ทั้งสองให้การว่า
เป็นราษฎรบ้านคลองถ้ำเต่า ต.หินตั้ง อ.เมืองนครนายก เข้ามาหาของป่าและล่าสัตว์รวม
4 คน ขณะถูกจับกุม เพื่อนอีก 2 คนนำเนื้อกวาง 2 ตัวที่ยิงได้ ไปขายภัตตาคารเกียวอันสระบุรี
เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.อ.เมืองนครนายก
28 มกราคม 2514
เจ้าหน้าที่พร้อมยามสายตรวจ ออกตรวจตราบริเวณป่า ใกล้บ้านพักสายตรวจคลองอีเฒ่า
พบนักล่าสัตว์ 4 คน จึงทำการจับกุม ของกลางมีลูกระเบิดมือ 1 ลูก ปืนลูกซองเดี่ยวพร้อมกระสุน
มีดเดินป่าและชะมดที่ถูกยิง 1 ตัว
บันทึกเหตุการณ์ที่สำคัญเกี่ยวกับเขาใหญ่ หน้า [
1 ] [ 2 ] [ 3 ] [
4 ] [ 5 ]
กลับสารบัญ เรื่องเล่าจากเขาใหญ่
|