![]() |
|
|
ศรัณย์ บุญประเสริฐ อนุสาร อสท. ประจำเดือนสิงหาคม 2540 เส้นทางที่ชายหนุ่มเลือกใช้เป็นทางเดินศึกษาธรรมชาติสำหรับเด็ก ๆ สายนี้นั้น ว่าที่จริงก็เป็นเส้นทางเดินป่า (Trail) ที่ทางอุทยานฯ ทำไว้สำหรับให้ผู้มาเที่ยวบนเขาใหญ่ได้มาสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมากกว่าการแค่นั่งรถโฉบมองแนวป่าจากข้างถนน หรือชุมนุมอยู่รอบขวดสุราตามริมน้ำตกอย่างที่เขาเคยเห็นจนเจนตาแถว ๆ เหวสุวัต เส้นทางเดินป่าเช่นนี้บนเขาใหญ่มีอยู่ราวสิบกว่าเส้น บางเส้นทางก็เก่าแก่ตั้งแต่เมื่อครั้งเขาขึ้นมาเที่ยวเขาใหญ่เมื่อ 20 กว่าปีก่อน แต่บางสายก็ตัดขึ้นมาใหม่ บางเส้นก็มีผู้นิยมเดินกันมาก อย่างเช่นเส้นทางสายมอสิงโต-วังจำปี ที่เขานำเด็ก ๆ เข้ามาเดิน แต่บางเส้นทางก็ไม่ค่อยมีคนใช้เท่าไร อาจจะระยะทางไกลไป ทั้งความเลอะเลือนของเส้นทางซึ่งมักเกิดจากโขลงช้างป่าที่ชอบเดินตัดทางไปมาอยู่เสมอ จนผู้ที่ไม่ชำนาญอาจเดินหลงได้ง่าย ๆ อย่างที่เขาเคยได้เห็นเป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ ในสายตาของชายหนุ่ม เส้นทางเดินป่าบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รวมทั้งอุทยานฯ แห่งอื่น ๆ นั้น เป็นเพียงเส้นทางเดินอยู่ในป่าจริง ๆ ที่จะใช้เป็นทางเดินจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่งเท่านั้น ผู้คนอาจใช้เส้นทางเหล่านี้เดินชมความสวยงามของป่า รวมทั้งความลำบากลำบนของหนทาง โดยเฉพาะยามหน้าฝนในป่าดิบชื้นอย่างเขาใหญ่ นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาพบว่าผู้ที่มาใช้เส้นทางเดินป่าเหล่านี้มักเป็นคนเฉพาะกลุ่ม เช่น ชาวตะวันตก ที่ขึ้นมาเขาใหญ่เพื่อจะสัมผัสกับป่าเมืองร้อนจริง ๆ หรือนักดูนกที่พุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่นก ซึ่งพบได้เสมอตามทางเหล่านี้ โดยเฉพาะนกที่มักไม่พบตามที่โล่ง ๆ ส่วนนักท่องเที่ยวทั่ว ๆ ไปอาจหาเหตุผลให้ตัวเองไม่ได้ว่า จะต้องมาเดินตามเส้นทางเดินป่าเหล่านี้ทำไม ในเมื่อ ป่าก็เห็นได้มากมายตั้งแต่เข้าเขตอุทยานฯ มาแล้ว หรือสัตว์ป่าก็หาดูได้ง่าย ๆ เวลาออกส่องสัตว์ในตอนกลางคืน เส้นทางเดินป่าที่มีอยู่ในเวลานี้ ยังไม่ได้ทำหน้าที่ให้ความคิดและความเข้าใจ แก่ผู้คนที่มาผ่านทาง หากมีการนำเรื่องการสื่อความหมายธรรมชาติเข้ามาใช้ในเส้นทางเดินป่าเหล่านี้ เขาก็คิดว่าเส้นทางเดินป่าบนเขาใหญ่จะเป็น เส้นทางธรรมชาติ (Nature Trail) ซึ่งสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้ทีเดียว เราไปต่อกันเถอะครับ พี่ เขาสะดุ้งจากภวังค์เมื่อเสียงเด็ก ๆ ร้องชวนให้เดินต่อไป หลังจากหยุดพักเหนื่อยที่ชายดงเสียพักใหญ่ เขารู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าจะต้องผ่านป่าดิบชื้นไปตลอดจึงดึงถุงเท้าขึ้นมาปิดทับขากางเกง พร้อมกับล้วงสเปรย์ฉีดกันยุงจากเป้หลังใบเล็กออกมา พ่นรองเท้าทั้งสองข้าง เด็กทุกคนทำตามเขาทันทีโดยไม่ต้องให้บอก ต่อไปพวกเราจะต้องผ่านไปในป่าดงดิบชื้น ซึ่งพื้นที่ส่วนมากของเขาใหญ่จะเป็นป่าลักษณะนี้ ต้องมีทากแน่ ๆ เลย ผมล่ะเกลียดเจ้าตัวดื๊บ ๆ พวกนี้จัง พวกเธอต้องรู้ไว้นะว่า ทากก็เป็นชีวิตหนึ่งที่อยู่ในธรรมชาติ วงจรชีวิตของมันก็ต้องมีประโยชน์กับป่าในทางใดทางหนึ่ง ถ้าเรารู้จักป้องกันแต่งตัวให้รัดกุม ก็ไม่น่าห่วงหรอก สเปรย์ที่ฉีดให้นั่นก็กันทากได้ชะงัดทีเดียว และอีกอย่างหนึ่ง หากป่าไหนมีทากมาก นั่นก็แสดงว่าป่านั้นมีสัตว์มากด้วยเหมือนกัน ไม่งั้นพวกมันจะไปเอาเลือดที่ไหนมากินล่ะ ก็เลือดพี่กับเลือดพวกผมนี่ไงครับ...อยู่บ้านดี ๆ ไม่ชอบ ดันออกมาเดินให้ทากดูดเลือดเล่น สิ้นเสียงล้อเล่นของพวกเด็ก ๆ ชายหนุ่มก็ออกนำทุกคนเข้าสู่ดงไม้ที่มืดครึ้ม ผิดกับช่วงทางที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง ทากเป็นอุปสรรคไม่น้อยสำหรับการวางเส้นทางธรรมชาติบนเขาใหญ่ เพราะความกลัวทากจะทำให้ทุกคนหมดสมาธิที่จะดูสิ่งอื่น ๆ หากเลือกได้ เขาคงเลือกเส้นทางที่ไม่มีทาก ซึ่งก็รู้ดีเช่นกันว่าไม่มีทางเป็นไปได้สำหรับป่าดิบชื้นอันชุกชุมด้วยสัตว์ป่าอย่างเขาใหญ่ หนทางเดียวในการเลือกเส้นทางที่เหมาะสมก็คือ หาเส้นทางที่ไม่มีทากมากเกินไป รวมทั้งเตรียมยาหรือถุงเท้ากันทากมาให้พร้อม ทางเดินนำเข้าสู่ความเขียวทึบของร่มเงาไม้ใหญ่ เด็กทุกคนเงียบผิดปรกติ สายตาทุกคู่ก้มต่ำ กวาดไกวไปตามพื้นดิน เขารู้ดีว่าทุกคนยังหวาดเรื่องทากอยู่ และเขาต้องดึงความสนใจออกมาจากเรื่องนั้นให้ได้ ชายหนุ่มหยุดเดิน ขบวนแถวทั้ง หมดหยุดตามเขาเช่นกัน แต่ทุกคนไม่ได้มองที่เขา กลับจับจ้องแต่ที่พื้นดิน รอบ ๆ บริเวณมีไม้ล้มอยู่มาก เป็นจุดเด่นที่สังเกตได้ชัด พื้นดินก็ปกคลุมด้วยใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมามากมาย นี่เป็นจุดที่เขาและทีมงานที่ออกมาสำรวจเส้นทางธรรมชาติก่อนหน้านี้เลือกไว้เป็นจุดที่จะคุยถึงเรื่องการเกิดดิน น้อง ๆ ครับ ดูทางนี้นิดหนึ่ง มาตรงขอนไม้ล้มนี่ครับ เมื่อมาถึง ทุกคนก็ร้องอุทานฮือฮาออกมา ขอนไม้ท่อนหนึ่งนั้นมีเห็ดไม่ต่ำกว่า ๔ ชนิดเกาะอยู่ มีทั้งที่บานออกมาคล้ายหิ้ง เนื้อแข็งเป็นไม้ หรือดอกสีขาวอ่อนนุ่ม บางอย่างก็ดอกเล็กจิ๋วสีแดงแช้ดทีเดียว ไม้ท่อนนี้เหมือนอาณานิคมเห็ดนะ ต้นไม้ที่ล้มขอนนอนไพรอยู่ในป่านี่ ไม่ได้เป็นเรื่องเสียเปล่าเฉย ๆ เพราะมันก็ยังมีหน้าที่ของมันอยู่ พวกไม้ล้มนี่จะเป็นอาหารของพืชพวกเห็ดหรือราต่าง ๆ ส่วนพวกเห็ดราเหล่านี้ก็มีหน้าที่ย่อยเนื้อไม้แข็ง ๆ ให้อ่อนยุ่ย เราเรียกพืชแบบนี้ว่า พืชย่อยสลายครับ กินได้มั้ย พี่ ได้ครับ แต่เตรียมหามไปวัดได้เลย พืชในป่าโดยเฉพาะพวกเห็ดนี่ มีทั้งที่มีพิษและไม่มีพิษ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดูยากมากครับว่าชนิดไหนที่กินได้ พิษมีไว้เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้สัตว์อื่นมากินมัน ขนาดชาวบ้านป่าที่มีความชำนาญ ยังตายเพราะเห็ดพิษมานักต่อนักแล้ว ดังนั้นพี่ขอแนะนำว่าเรื่องเห็ดนี่ ปล่อยให้มันอยู่ของมันไปจะดีกว่า แต่เรามาดูนี่เถอะครับ เขาว่า แล้วย่อตัวลง ทากดีดตัวเข้าหาทันที เขาดีดทากสองสามตัวที่อยู่ตรงนั้นออกไปอย่างไม่ใส่ใจมากนัก พร้อมกับกอบดินขึ้นมากำมือหนึ่ง นี่คือดินป่าดิบ มีทั้งเศษใบไม้ กิ่งไม้ชิ้นเล็ก ๆ บางส่วนยังเห็นเป็นใบไม้อยู่เลย ที่เละ ๆ ยุ่ย ๆ นี่น้องว่ามาจากไหน "น่าจะเป็นพวกขอนไม้ที่ผุหมดแล้ว...ถูกหรือเปล่าครับ ใช่แล้ว หลังจากเห็ดรา ทำหน้าที่ของมันแล้ว ไม้ผุพวกนั้นก็จะกระจายปนกับเศษใบไม้ กิ่งไม้ กลายเป็นดินต่อไป ดินในป่าดิบนี่จะมีอินทรียสารอยู่เยอะ แต่หน้าดินจะตื้น เพราะเนื้อดินมีพวกหินพวกทรายน้อย หากเราทำลายป่าดิบเพื่อเอาที่มาปลูกพืช ปีแรก ๆ ก็จะได้ผลดี แต่หน้าดินก็จะหมดไปในเวลาแค่ไม่กี่ปี ...ถ้าพวกน้องยังจำตอนที่เราเริ่มต้นออกเดินได้ คงเห็นนะครับว่า ดินในบริเวณป่าที่เกิดใหม่จะไม่เป็นแบบนี้ จะมีพวกหินลูกรัง พวกกรวดปนอยู่เยอะ ส่วนที่เป็นโคลนก็จะไม่เป็นสีดำอย่างข้างในนี้ พวกนั้นเป็นดินที่เกิดจากการผุพังของหินครับ ธาตุอาหารของพืชก็น้อยกว่า เด็ก ๆ พยักหน้าตามหงึกหงัก ชายหนุ่มไม่ถึงกับคาดหวังว่า ทุกคนจะเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ที่เขาเล่าให้ฟังอย่างทะลุปรุโปร่ง เพียงชั่วเวลาสั้น ๆ กับเรื่องราวมากมายในธรรมชาติเมื่อบวกกับความตื่นตาตื่นใจในป่าที่ได้พบ เด็กทุกคนอาจจดจำไม่ได้หมด เขาเพียงแต่เชื่อว่า นี่เป็นเพียงก้าวแรกในการเปิดโลกของเด็ก ๆ เขาอยากให้เด็ก ๆ ประทับใจกับป่าดง อยากให้ทุกคนเห็นความอัศจรรย์ ความน่าทึ่งของธรรมชาติ และปรับเปลี่ยนมุมในการมองธรรมชาติ อย่างน้อยก็เรื่องป่าแหละว่า... ป่าไม่ใช่เพียงที่ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ ๆ ขึ้นกันเยอะ ๆ เท่านั้น การสื่อความหมายธรรมชาตินั้น ไม่ใช่แค่มานั่งบรรยายวิชาชีววิทยากันกลางป่าดง ไม่ใช่แค่ให้รู้ว่านี่ต้นอะไร นั่นป่าประเภทไหน แต่เป็นการให้รู้ถึงเหตุ ปัจจัย และผล ที่ทำให้เกิดเป็นธรรมชาติซึ่งอยู่ตรงหน้า รวมทั้งความเกี่ยวเนื่อง โยงใยในบทบาทหน้าที่ของชีวิตต่าง ๆ ในธรรมชาติ การสัมผัสสิ่ง หนึ่งจึงหลีกเลี่ยงการกระทบถึงอีกสิ่งหนึ่งไม่ได้ แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้ คงไม่สามารถกระทำกันในห้องเรียนได้ สถานที่ซึ่งเหมาะสมก็คือป่าใหญ่ อันเปรียบได้กับห้องเรียนธรรมชาติ โดยมีเส้นทางธรรมชาติเป็นตัวนำพานั่นเอง กว่าจะได้เส้นทางธรรมชาติแต่ละสาย เขาและเพื่อนในทีมงานสื่อความหมายธรรมชาติ จะต้องสำรวจเส้นทางเดินป่าสายต่าง ๆ ของอุทยานฯ เพราะไม่ใช่ว่าทุกเส้นทางจะมีความเหมาะสมเหมือนกัน ทางที่ยาวเกินไปก็ทำให้เหนื่อยล้าเกินการ และต้องเสียเวลาไปกับการเดินมากกว่าการดู เส้นทางที่มีอุปสรรคมากไป เช่นทางที่มากมายด้วยฝูงทาก หรือสัตว์ป่าที่อาจเป็นอันตรายเวลาตกใจเมื่อเจอคน อย่างช้างป่า เส้นทางแบบนี้ก็ควรหลีกเลี่ยงเพราะออกจะเป็นการผจญภัยในป่าใหญ่มากเกินไป
เพียงสัมผัสบนรายทาง...บทบันทึกจากเส้นทางธรรมชาติ หน้า [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] กลับสารบัญ เรื่องเล่าจากเขาใหญ่ |
คู่มือเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เราเรียนรู้ธรรมชาติ ก็เพื่อที่จะได้รู้ถึงถิ่นที่มาของชีวิต รู้ว่า หากปราศจากธรรมชาติ ชีวิตก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ คู่มือเล่มนี้นับเป็นบทเริ่มต้นสำหรับการเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติ และใช้ชีวิตร่วมกันอย่างกลมกลืน รายละเอียด คลิกที่นี่ |
มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เลขที่ 84 อาคารรัฐบุรุษ
พลเอกเปรม ติณสูลานนท ์ถ.อู่ทองนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 0-2628-5226-7 ต่อ111,
โทร 0-2628-5379, โทรสาร 0-2628-5499, 10300
84 Geneal Prem Tinsulanonda Statesman Builiding, U Thong Nok
Road, Dusit, Bangkok 10300
e-mail: evergreen@khaoyai.org