กลับหน้าแรกเกี่ยวกับมูลนิธิกิจกรรมมูลนิธิแผนที่และการเดินทางเว็บไซต์เกี่ยวข้องส่งข่าวถึงมูลนิธิกระดานข่าว
เกี่ยวกับมูลนิธิ
เครือข่ายพิทักษ์เขาใหญ่
กิจกรรมมูลนิธิ
งานวิจัยกับเขาใหญ่
ข่าวสารจากอุทยาน
ความเป็นมาเขาใหญ่
ภูมิศาสตร์เขาใหญ่
พืชพันธุ์
สัตว์ป่า
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
จุดชมธรรมชาติ
เส้นทางเดินป่า
ที่พักบนอุทยานฯ
แผนที่และการเดินทาง
เรื่องเล่าจากเขาใหญ่
กระดานข่าว
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
ส่งข่าวถึงมูลนิธิ
ช้างเนื้อเค็ม
บุญส่ง เลขะกุล
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 2518

ถ้าหากท่านไปเที่ยวนครนายก ท่านจะเห็นว่าทางทิศเหนือของนครนายกนั้น มีภูเขาสูงทมึนทึนเป็นกำแพงยักษ์ขวางอยู่เป็นทิวยาว ภูเขานี้มีชื่อเรียกกันว่า เขาใหญ่ บนเขาใหญ่นี้เป็นที่ราบอันกว้างใหญ่ เป็นเนินเล็กเนินน้อย และมีห้วยลำธารน้ำท่าบริบูรณ์อยู่ตลอดทั้งปี เขาใหญ่นี้เป็นต้นน้ำของแม่น้ำลำธารหลายสาย ที่ไหลลงมาทางทิศใต้เป็นน้ำตกสาริกาและนางรอง แม่น้ำใสใหญ่ ใสน้อย ไหลไปลงทางทิศเหนือสายหนึ่งลงแควป่าสัก อีกสายไหลไปลงทางตะวันออกเป็นต้นน้ำแม่น้ำมูล

ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีผ่านมาแล้ว บนเขาใหญ่นี้มีบ้านเรือนราษฎรอยู่หลายหลัง แต่ทางการเห็นว่าพวกผู้ร้ายทางปากช่อง นครราชสีมา ผู้ร้ายจากนครนายก ปราจีนบุรีและกบินทร์บุรี มักจะหนีเจ้าพนักงานขึ้นไปอาศัยอยู่ตามบ้านบนเขานี้ จนกลายเป็นที่ซ่องสุมผู้ร้าย ทางราชการจึงได้ออกคำสั่งไล่ผู้ที่อยู่บนเขานี้ ให้อพยพย้ายลงไปอยู่ทางตีนเขาท่ามะปราง ท่าช้าง หมูสีและอีซ่อมจนหมด บนเขาใหญ่เมื่อไม่มีคนไปรบกวนจึงกลับอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ใหญ่น้อยชุกชมมากขึ้นอีกครั้ง

เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ข้าพเจ้าได้พยายามขึ้นไปบนเขาใหญ่นี้ครั้งหนึ่ง เพื่อเก็บพันธุ์สัตว์และนกต่างๆ เอามาสตั๊ฟเพื่อเข้าพิพิธภัณฑ์ต่อไป วันหนึ่งตอนเช้าตรู่ในขณะที่ข้าพเจ้านั่งส่องกล้องชมกวางและอีเก้ง ซึ่งออกมาหากินหญ้าระบัดอยู่ตามชายทุ่งซึ่งกว้างไปสุดลูกหูลูกตา เห็นกวางป่าตัวหนึ่งกับอีเก้งสองตัวกำลังเดินเลาะเล็มหญ้าระบัดอยู่ชายทุ่ง เรามองเห็นได้แต่เพียงรางๆ เพราะหมอกยามหนาวกำลังลงปกคลุมยอกเขาใหญ่อยู่อย่างหนาทึบ เรามีอาหารกินอย่างสมบูรณ์อยู่แล้วที่ในเต็นท์ ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงไม่สนใจที่จะยิงอะไรๆ อีก ในขณะที่ข้าพเจ้ากำลังเพลิดเพลินอยู่กับการดูภาพกวางและอีเก้งอยู่นี้ ข้าพเจ้าได้ยินเสียงปืนดังขึ้นทางทิศตะวันออกของเต็นท์ที่เราอยู่ เสียงปืนดังขึ้น 3-4 นัดซ้อนๆ กัน แล้วจึงได้ยินเสียงฝูงช้างร้องลั่นขึ้น และได้ยินเสียงไม้ไร่หักโผงผาง แสดงว่าโขลงช้างเหล่านั้นกำลังวิ่งหลบลี้ภัยหนีปืนด้วยอารามตกใจ พอเสียงร้องของช้างป่าสงบลง ข้าพเจ้าก็ชวนพรานเปกคนนำทางของข้าพเจ้า "เฮ้ย ตาเปก ไปดูกันหน่อยเถอะเว้ย ใครพวกไหนหนอขึ้นมายิงช้างถึงบนนี้"

เราเดินมาได้หน่อยก็พ้นทุ่งแล้วเข้าดง ดงในแถบนี้เป็นป่าสูงมาก ฉะนั้นบนพื้นดินตามใต้ต้นไม้จึงไม่ค่อยรกหนักหนา บางตอนก็เป็นพุ่มกอหนามหวายรกๆ หน่อย บางตอนก็โล่งเตียนเห็นอะไรได้ไกลๆ

เดินมาไม่ช้าเราก็ได้ยินเสียงคนพูดกัน พอเราเข้าไปใกล้ พวกเหล่านั้นรู้ว่าคนแปลกหน้ามาก็ทำท่าจะหนี "เฮ้ย ตำรวจมาหนีกันเถอะโว๊ย" แต่พรานเปกรีบตะโกนบอกไปเสียก่อนว่า

"เฮ้ย ข้าเองเว้ย อ้ายมี" พวก 3-4 คนนั้นจึงหยุดและหันมาดู

"อ้าว นั่นใครมากับพี่เปกเล่านั่น"

"อ้อ นี่หมอบุญส่งเขามาเที่ยวป่า ไม่ใช่พวกตำรวจหรอกเอ็ง" พรานเปกว่า "เออ เมื่อตะกี๊นี้เอ็งยิงอะไรกันวะ เสียงยิงตั้งหลายที"

พวก 3-4 คนเหล่านั้นจึงเดินกลับมาที่เดิม แล้วก็ชี้ไปยังร่างสัตว์ตัวหนึ่งสีดำๆ นอนตายตะแคงนิ่งอยู่ข้างพุ่มไม้ ครั้งแรกข้าพเจ้านึกว่าเป็นกระทิง แต่เมื่อเดินเข้าไปดูจนใกล้ จึงรู้ว่าเป็นลูกช้างตัวโตสักขนาดควายบ้านเราดีๆ นี่เอง

"เอ๊ะ นี่มันลูกช้างนี่ ไปยิงมันทำไมเล่า" ข้าพเจ้าถาม

"ยิงเอาเนื้อครับ ยิงลูกช้างตัวเล็กๆ ตายง่ายดี" พวกนั้นตอบ

"พวกเรากินเนื้อช้างกันด้วยเรอะ" ข้าพเจ้าถาม

"ก็กินกันบ้าง แต่นึกว่าจะทำเค็มเอาไปขายทางปากช่อง" พวกนั้นว่า

"เอาไปถึงทางปากช่อง ก็ขึ้นกิโลเป็นเนื้อควายเค็มไปเลย" พรานเปกว่า ข้าพเจ้ายืนเศร้า นี่พวกเราคนไทยถึงกับยิงช้างเอาเนื้อขายกันแล้วรึเนี่ย

"กวาง อีเก้ง หมูป่าก็ยังมี ทำไมไม่ยิง ทำไมต้องมายิงช้างเล่า"

"พวกนั้นเนื้อน้อยนัก" พวกนั้นตอบ

"กระทิงตัวใหญ่ๆ เนื้อมากๆ ก็ยังมีนี่ ทำไมไม่ยิง ทำไมจึงต้องมายิงช้างเล่า"

"กระทิงมันดุนักยิงยากนัก ยิงช้างง่ายกว่า"

ข้าพเจ้ายืนพิงโคนต้นยางใหญ่ดูพวกนั้นเตรียมมีด เตรียมพร้าออกมาจะเชือดเนื้อเถือหนังลูกช้างน้อยผู้น่าสงสาร เหลียวไปดูลูกช้างน้อยนั่นแล้วให้รู้สึกสังเวชใจเสียเหลือเกิน ช้างป่ามีกฎหมายห้ามใครยิงหรือฆ่าฟัน แต่การมีกฎหมายแต่ไม่มีเจ้าพนักงานเอาใจใส่ดูแลโดยเฉพาะ กฎหมายนั้นก็กลายเป็นกฎหมายที่ไร้ประโยชน์ หันมานึกถึง พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์ซึ่งเรากำลังพยายามขอร้องให้รัฐบาลออกแล้วก็พาให้วิตกว่า การออก พ.ร.บ. นั้นจะออกเมื่อไรก็ได้ แต่ถ้าเราไม่มีงบประมาณสำหรับรักษา พ.ร.บ. นั้นๆ ตามสมควร พ.ร.บ. นั้นจะมีประโยชน์สำเร็จดังความประสงค์ได้อย่างไร

 

ช้างเนื้อเค็ม หน้า [ 1 ] [ 2 ]

กลับสารบัญ เรื่องเล่าจากเขาใหญ่


คู่มือเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เราเรียนรู้ธรรมชาติ ก็เพื่อที่จะได้รู้ถึงถิ่นที่มาของชีวิต รู้ว่า หากปราศจากธรรมชาติ ชีวิตก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ คู่มือเล่มนี้นับเป็นบทเริ่มต้นสำหรับการเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติ และใช้ชีวิตร่วมกันอย่างกลมกลืน รายละเอียด คลิกที่นี่


 

มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เลขที่ 84 อาคารรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท ์ถ.อู่ทองนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 0-2628-5226-7 ต่อ111, โทร 0-2628-5379, โทรสาร 0-2628-5499, 10300

84 Geneal Prem Tinsulanonda Statesman Builiding, U Thong Nok Road, Dusit, Bangkok 10300
e-mail: evergreen@khaoyai.org