![]() |
|
|
10 ปี รำลึกช้างตกเหว ให้อะไรกับสังคมไทย หน้า 2 ในแง่ประวัติศาสตร์ 40 ปีที่ผ่านมา ป่าเขาใหญ่มิได้จำกัดอยู่แค่การเป็นแหล่งแสวงหา ความรู้ทางธรรมชาติวิทยา และแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยวทั่วไป เท่านั้น ป่าเขาใหญ่ยังเป็นเวทีของการต่อสู้เพื่อแย่งชิงและรักษาผลประโยชน์ของคนหลายกลุ่มหลายฝ่ายอีกด้วย และหลายต่อหลายครั้งเป็นเหตุการณ์ที่คนรุ่นปัจจุบันควรจะนำมาศึกษาต่อไปเพื่อเป็นบทเรียนในการค้นหาแนวทางที่จะคงไว้ซึ่งความสมบูรณ์ในทุกๆด้านของป่าเขาใหญ่ไว้ให้นานเท่านาน ในด้านหนึ่งเขาใหญ่ ยังคงเป็นแหล่งหาเก็บของป่าและล่าสัตว์ของชาวบ้านที่มีวิถีผูกพัน กับป่าเขาใหญ่ในรูปแบบของการดำรงชีพเช่นกัน และอีกด้านหนึ่งคือความพยายามในการเข้าไปใช้พื้นที่หรือแหล่งทรัพยากรโดยโครงการของรัฐ เช่น การสร้างสถานีเรดาร์ การสร้างสนามกอล์ฟ โรงแรมที่พัก การสร้างเขื่อน การตัดถนน เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นภาพสะท้อนของความขัดแย้งในเรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติทั้งสิ้น ที่สำคัญส่วนใหญ่เกิดขึ้นมาจากความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการการจัดการของรัฐว่าจะสามารถควบคุมมิให้เกิดผลกระทบที่ต่อเนื่องไปในอนาคตแทบทั้งสิ้น กระทั่งปัจจุบันความขัดแย้งดังกล่าวก็ยังปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกรณี การสร้างเขื่อนท่าด่าน การลักลอบตัดไม้หอม การปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างที่ไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม เป็นต้น หากแต่ในปัจจุบันป่าเขาใหญ่ ได้รับการพัฒนาในรูปแบบของการบริหารจัดการอุทยาน แห่งชาติให้มีความสอดคล้องกับยุคสมัยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรองรับนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศที่นำพาเอาเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้ามาสู่ประเทศซึ่งกำลังเผชิญปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรงอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งหากมองในแง่ของเศรษฐศาสตร์ ป่าเขาใหญ่กำลังถูกผลักดันให้ตอบสนองอุตสากรรมการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูป พื้นที่ทุกส่วนของอุทยานจะถูกจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่สามารถตอบสนองความต้องการทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างแท้จริง และแน่นอนทุกอย่างจะง่ายขึ้นในการไปมาหาสู่ระยะอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กับเมือง โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายหลักคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติ และที่สำคัญการบริหารแบบระบบราชการคงจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางเศรษฐกิจได้ไม่ดีเท่าการบริหารในระบบเอกชน รัฐมีหน้าที่เพียงแค่เป็นผู้จัดเก็บผลประโยชน์จากภาคธุรกิจเอกชน หากแต่ในกลับกัน ผู้ที่มีชีวิตอยู่โดยรอบเขาใหญ่ อาศัยป่าเขาใหญ่เป็นปัจจัยแห่งการดำรงชีวิต กำลังจะถูกเบียดให้ออกสู่นอกวงโคจรของฐานผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไม่ว่าจะในรูปแบบใดตาม กระแสของการอนุรักษ์แบบดังเดิม จะถูกแทนที่ด้วยกระแสอนุรักษ์แบบใหม่ ที่ฝ่ายธุรกิจสร้างขึ้นเพื่อรองรับการสร้างประโยชน์ ที่เน้นการจัดการธรรมชาติและผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างภาคธุรกิจกับภาครัฐ มากกว่าที่จะรอคอยให้ธรรมชาติได้มีโอกาสจัดการตัวเองดังเช่นที่เคยเป็นมา ที่สำคัญประชาชนในระดับท้องถิ่นที่มีความเชื่อว่าตนเองเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน ก็จะถูกกีดกันด้วย ข้อกฎหมายให้ออกไปจากวงจรของการมีส่วนร่วมจัดการทรัพยากรธรรมชาติในที่สุด 40 ปี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ให้อะไรกับสังคมไทย คงมิอาจประเมินเป็นคุณค่าเชิงตัวเลขได้ หากแต่สังคมไทยได้เรียนรู้อะไรบ้างจากระยะผ่านของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับป่าเขาใหญ่ในที่สุด และนั่นจะหมายถึงว่า อีก 10 ปีข้างหน้าป่าเขาใหญ่จะเป็นเช่นไรหากผู้คนทั่วไปให้ความสนใจกับเขาใหญ่เพียงด้านหนึ่งด้านใด โดยไม่สนใจองค์รวมของป่าเขาใหญ่ที่ถือกำเนิดและมีวิวัฒนาการมาช้านาน 1. ให้บทเรียนในเรื่องการตรวจสอบโครงการต่างๆ ของรัฐ
40 ปี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กลับสารบัญ เรื่องเล่าจากเขาใหญ่ |
คู่มือเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เราเรียนรู้ธรรมชาติ ก็เพื่อที่จะได้รู้ถึงถิ่นที่มาของชีวิต รู้ว่า หากปราศจากธรรมชาติ ชีวิตก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ คู่มือเล่มนี้นับเป็นบทเริ่มต้นสำหรับการเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติ และใช้ชีวิตร่วมกันอย่างกลมกลืน รายละเอียด คลิกที่นี่ |
มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เลขที่ 84 อาคารรัฐบุรุษ
พลเอกเปรม ติณสูลานนท ์ถ.อู่ทองนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 0-2628-5226-7 ต่อ111,
โทร 0-2628-5379, โทรสาร 0-2628-5499, 10300
84 Geneal Prem Tinsulanonda Statesman Builiding, U Thong Nok
Road, Dusit, Bangkok 10300
e-mail: evergreen@khaoyai.org