![]() |
|
|
ในปัจจุบันประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทย กำลังเผชิญกับปัญหาการสูญเสียพื้นที่ป่าธรรมชาติอย่างรวดเร็ว ซึ่งพื้นที่ป่าธรรมชาติเหล่านี้ ล้วนมีความสำคัญและคุณประโยชน์มหาศาล กล่าวคือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์พืชและสัตว์นานาชนิด ช่วยปกคลุมและลดการสูญเสียหน้าดิน และรักษาคุณภาพน้ำ ฯลฯ นอกจากนี้เขตอนุรักษ์ธรรมชาติบางแห่ง ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย ดังนั้น จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะทำการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แนวทางที่จะใช้ในการแก้ปัญหา ได้แก่ การอนุรักษ์พื้นที่ป่าธรรมชาติเอาไว้ในรูปแบบต่างๆ กัน รัฐบาลไทยเองก็ได้พยายามขยายพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในอัตราเพิ่มถึงร้อยละ 40 ระหว่างปี พ.ศ. 2530 ถึง 2535 แต่ความพยายามที่จะขยายพื้นที่อนุรักษ์โดยงบประมาณที่ไม่เพียงพอ อาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาป่าลดลง ไม่สามารถป้องกันการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และลอบดักหรือฆ่าสัตว์ได้ ซึ่งเป็นปัญหาในประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่รวมทั้งประเทศไทยด้วย อย่างไรก็ตาม การอนุรักษ์ป่าธรรมชาติดังกล่าวก็ย่อมมีต้นทุนเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนทางตรง ต้นทุนทางอ้อม หรือต้นทุนค่าเสียโอกาสของพื้นที่นั้นๆ และเนื่องจากงบประมาณของประเทศมีจำนวนจำกัด ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องตัดสินใจคัดเลือกโครงการ เพื่อจัดสรรงบประมาณระหว่างโครงการักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการด้านสาธารณูปโภคและการพัฒนาด้านอื่นๆ ในการจัดลำดับความสำคัญของโครงการต่างๆ นั้น โครงการอนุรักษ์ธรรมชาติ มักตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะคุณค่าของธรรมชาติไม่อาจตีค่าเป็นตัวเงินให้เห็นอย่างชัดเจน ในขณะที่โครงการพัฒนาอื่นๆ (เช่น การสาธารณูปโภค การศึกษา) สามารถคำนวณผลประโยชน์ให้เห็นได้อย่างเด่นชัด โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมักถูกจัดลำดับอยู่ท้ายๆ เสมอ ดังนั้น การศึกษาเพื่อประเมินผลประโยชน์ที่เกิดจากการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จึงเป็นสิ่งสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้การจัดลำดับเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับผลประโยชน์ที่จะได้รับ นอกจากนี้ เขตอนุรักษ์บางแห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ยังมีศักยภาพสูงเพียงพอที่จะรองรับการท่องเที่ยว ซึ่งการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับสภาพธรรมชาติ อาจเพิ่มรายได้ให้กับอุทยานฯ เพื่อช่วยขยายความสามารถในการอนุรักษ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มูลค่าของอุทยานฯ ที่เกิดจาการใช้อุทยานฯ โดยตรง ได้แก่ มูลค่าที่เกิดจากการใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ มูลค่าที่เกิดจากการเป็นแหล่งของความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สำหรับมูลค่าของอุทยานฯ โดยทางอ้อม ได้แก่ การเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร การดักคาร์บอนไดออกไซด์ (carbon sequestration) และการักษาอุณหภูมิและความชื้นในท้องที่ใกล้เคียง (micro-climatic benefit) มูลค่าที่เกิดจากใช้ประโยชน์จากอุทยานทั้งหมดดังกล่าวมานี้ สามารถวัดได้จากการสำรวจโดยการใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับความยินดีจะจ่ายเงิน (willingness to pay) เพื่ออนุรักษ์อุทยานฯ ให้คงอยู่ เพื่อตนเองและบุคคลอื่นในอนาคต ผลการศึกษา ข้อมูลส่วนใหญ่สำหรับการศึกษานี้ ได้จากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ชาวบ้านรอบๆ เขาใหญ่ 6 หมู่บ้าน และจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้อุทยานฯ (ซึ่งมาจาก 74 จังหวัด) จำนวน 948 ตัวอย่าง และสัมภาษณ์ประชาชนทั่วไปในเขตเมืองที่ไม่เคยใช้อุทยานฯ เลย โดยสุ่มตัวอย่างจังหวัดต่าง ทั่วประเทศอีกจำนวน 1,057 ตัวอย่าง สำหรับข้อมูลในแบบสอบถาม ประกอบด้วย 1) ข้อมูลทั่วๆ ไปทางเศรษฐกิจและสังคม 2) ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 3) ความยินดีจะจ่ายเพื่ออนุรักษ์อุทยานฯ ให้คงอยู่ตลอดไป สำหรับผลการศึกษาในด้านต่างๆ สรุปได้ดังนี้
การประเมินมูลค่าเศรษฐกิจ หน้า [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] กลับสารบัญ งานวิจัยกับเขาใหญ่ |
คู่มือเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เราเรียนรู้ธรรมชาติ ก็เพื่อที่จะได้รู้ถึงถิ่นที่มาของชีวิต รู้ว่า หากปราศจากธรรมชาติ ชีวิตก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ คู่มือเล่มนี้นับเป็นบทเริ่มต้นสำหรับการเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติ และใช้ชีวิตร่วมกันอย่างกลมกลืน รายละเอียด คลิกที่นี่ |
มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
เลขที่ 84 อาคารรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท ์ถ.อู่ทองนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ
0-2628-5226-7 ต่อ111, โทร 0-2628-5379, โทรสาร 0-2628-5499, 10300
84 Geneal Prem Tinsulanonda Statesman Builiding, U Thong Nok
Road, Dusit, Bangkok 10300
e-mail: evergreen@khaoyai.org