กลับหน้าแรกเกี่ยวกับมูลนิธิกิจกรรมมูลนิธิแผนที่และการเดินทางเว็บไซต์เกี่ยวข้องส่งข่าวถึงมูลนิธิกระดานข่าว
เกี่ยวกับมูลนิธิ
เครือข่ายพิทักษ์เขาใหญ่
กิจกรรมมูลนิธิ
งานวิจัยกับเขาใหญ่
ข่าวสารจากอุทยาน
ความเป็นมาเขาใหญ่
ภูมิศาสตร์เขาใหญ่
พืชพันธุ์
สัตว์ป่า
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
จุดชมธรรมชาติ
เส้นทางเดินป่า
ที่พักบนอุทยานฯ
แผนที่และการเดินทาง
เรื่องเล่าจากเขาใหญ่
กระดานข่าว
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
ส่งข่าวถึงมูลนิธิ

การประเมินมูลค่าเศรษฐกิจและมาตรการส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติ กรณีศึกษาอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
บทสรุปย่อ : โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จากผลงานวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ร่วมกับ Harvard Institute for International Development (HIID) เรื่อง Finance:Case Study of Khao Yai National Park ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากกรมวิเทศหการ และสำนักงานยูเสด(USAID)
นักวิจัย : มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด, ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์, อุฤษฎ์ อุปราสิทธิ์, Arnel B.Rala, Sunil Pededkar จาก TDRI ร่วมกับ Theodore Panayotou และ J.R.Deshazo จาก HIID
รายงานฉบับสมบูรณ์ติดต่อได้ที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ 565 ซอยรามคำแหง 39 บางกะปิ กรุงเทพฯ 10100 โทร (02)718-5460 ต่อ 216-218 โทรสาร (02)718-5461-2


ในปัจจุบันประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทย กำลังเผชิญกับปัญหาการสูญเสียพื้นที่ป่าธรรมชาติอย่างรวดเร็ว ซึ่งพื้นที่ป่าธรรมชาติเหล่านี้ ล้วนมีความสำคัญและคุณประโยชน์มหาศาล กล่าวคือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์พืชและสัตว์นานาชนิด ช่วยปกคลุมและลดการสูญเสียหน้าดิน และรักษาคุณภาพน้ำ ฯลฯ นอกจากนี้เขตอนุรักษ์ธรรมชาติบางแห่ง ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย ดังนั้น จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะทำการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แนวทางที่จะใช้ในการแก้ปัญหา ได้แก่ การอนุรักษ์พื้นที่ป่าธรรมชาติเอาไว้ในรูปแบบต่างๆ กัน รัฐบาลไทยเองก็ได้พยายามขยายพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในอัตราเพิ่มถึงร้อยละ 40 ระหว่างปี พ.ศ. 2530 ถึง 2535 แต่ความพยายามที่จะขยายพื้นที่อนุรักษ์โดยงบประมาณที่ไม่เพียงพอ อาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาป่าลดลง ไม่สามารถป้องกันการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และลอบดักหรือฆ่าสัตว์ได้ ซึ่งเป็นปัญหาในประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่รวมทั้งประเทศไทยด้วย

อย่างไรก็ตาม การอนุรักษ์ป่าธรรมชาติดังกล่าวก็ย่อมมีต้นทุนเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนทางตรง ต้นทุนทางอ้อม หรือต้นทุนค่าเสียโอกาสของพื้นที่นั้นๆ และเนื่องจากงบประมาณของประเทศมีจำนวนจำกัด ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องตัดสินใจคัดเลือกโครงการ เพื่อจัดสรรงบประมาณระหว่างโครงการักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการด้านสาธารณูปโภคและการพัฒนาด้านอื่นๆ ในการจัดลำดับความสำคัญของโครงการต่างๆ นั้น โครงการอนุรักษ์ธรรมชาติ มักตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะคุณค่าของธรรมชาติไม่อาจตีค่าเป็นตัวเงินให้เห็นอย่างชัดเจน ในขณะที่โครงการพัฒนาอื่นๆ (เช่น การสาธารณูปโภค การศึกษา) สามารถคำนวณผลประโยชน์ให้เห็นได้อย่างเด่นชัด โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมักถูกจัดลำดับอยู่ท้ายๆ เสมอ

ดังนั้น การศึกษาเพื่อประเมินผลประโยชน์ที่เกิดจากการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จึงเป็นสิ่งสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้การจัดลำดับเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับผลประโยชน์ที่จะได้รับ นอกจากนี้ เขตอนุรักษ์บางแห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ยังมีศักยภาพสูงเพียงพอที่จะรองรับการท่องเที่ยว ซึ่งการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับสภาพธรรมชาติ อาจเพิ่มรายได้ให้กับอุทยานฯ เพื่อช่วยขยายความสามารถในการอนุรักษ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

มูลค่าของอุทยานฯ ที่เกิดจาการใช้อุทยานฯ โดยตรง ได้แก่ มูลค่าที่เกิดจากการใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ มูลค่าที่เกิดจากการเป็นแหล่งของความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สำหรับมูลค่าของอุทยานฯ โดยทางอ้อม ได้แก่ การเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร การดักคาร์บอนไดออกไซด์ (carbon sequestration) และการักษาอุณหภูมิและความชื้นในท้องที่ใกล้เคียง (micro-climatic benefit) มูลค่าที่เกิดจากใช้ประโยชน์จากอุทยานทั้งหมดดังกล่าวมานี้ สามารถวัดได้จากการสำรวจโดยการใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับความยินดีจะจ่ายเงิน (willingness to pay) เพื่ออนุรักษ์อุทยานฯ ให้คงอยู่ เพื่อตนเองและบุคคลอื่นในอนาคต

ผลการศึกษา

ข้อมูลส่วนใหญ่สำหรับการศึกษานี้ ได้จากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ชาวบ้านรอบๆ เขาใหญ่ 6 หมู่บ้าน และจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้อุทยานฯ (ซึ่งมาจาก 74 จังหวัด) จำนวน 948 ตัวอย่าง และสัมภาษณ์ประชาชนทั่วไปในเขตเมืองที่ไม่เคยใช้อุทยานฯ เลย โดยสุ่มตัวอย่างจังหวัดต่าง ทั่วประเทศอีกจำนวน 1,057 ตัวอย่าง สำหรับข้อมูลในแบบสอบถาม ประกอบด้วย 1) ข้อมูลทั่วๆ ไปทางเศรษฐกิจและสังคม 2) ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 3) ความยินดีจะจ่ายเพื่ออนุรักษ์อุทยานฯ ให้คงอยู่ตลอดไป สำหรับผลการศึกษาในด้านต่างๆ สรุปได้ดังนี้

  • ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายในการป้องกันและรักษาอุทยานฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25-30 ต่อปี ในขณะที่เงินรายได้ของอุทยานฯ กลับลดลง ดังนั้นจำนวนรายได้ต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดูแลรักษาอุทยานฯ (cost recovery) ลดลงจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 30 ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน
  • แบ่งค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอุทยานฯ ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1) ค่าใช้จ่ายเพื่อการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวโดยตรง และ 2) ค่าใช้จ่ายเพื่อการป้องกันและรักษาอุทยานฯ จากการศึกษาพบว่า ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ที่ทำการจัดเก็บในปัจจุบัน 5 บาทต่อคนต่อครั้ง ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายโดยตรงในการจัดหาบริการสำหรับนักท่องเที่ยวซึ่งเท่ากับ 6 บาทต่อคน และเมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการป้องกันและรักษาอุทยานฯ ซึ่งถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายทางอ้อมที่เกิดขึ้นในการให้บริการแกนักท่องเที่ยวเข้าไปด้วย พบว่าต้นทุนผันแปรรวมในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวสูงถึง 9 บาทต่อคน
  • จากการใช้วิธีวัดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเดินทาง (Travel cost method) เพื่อประมาณผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นโดยตรงจากนักท่องเที่ยวผู้มาใช้อุทยานฯ พบว่า นักท่องเที่ยวยินดีที่จะจ่ายเงินมาเที่ยวเขาใหญ่ เท่ากับ 1,420บาทต่อคนต่อครั้ง โดยแยกเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 240 บาท ค่าอาหารและที่พัก 310 บาท และอีก 870 บาทถือว่าเป็นส่วนเกินของผู้บริโภค (consumer surplus) สำหรับการเดินทางมาเที่ยวอุทยานฯ

 

การประเมินมูลค่าเศรษฐกิจ หน้า [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]

กลับสารบัญ งานวิจัยกับเขาใหญ่


คู่มือเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เราเรียนรู้ธรรมชาติ ก็เพื่อที่จะได้รู้ถึงถิ่นที่มาของชีวิต รู้ว่า หากปราศจากธรรมชาติ ชีวิตก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ คู่มือเล่มนี้นับเป็นบทเริ่มต้นสำหรับการเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติ และใช้ชีวิตร่วมกันอย่างกลมกลืน รายละเอียด คลิกที่นี่


 

มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เลขที่ 84 อาคารรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท ์ถ.อู่ทองนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 0-2628-5226-7 ต่อ111, โทร 0-2628-5379, โทรสาร 0-2628-5499, 10300

84 Geneal Prem Tinsulanonda Statesman Builiding, U Thong Nok Road, Dusit, Bangkok 10300
e-mail: evergreen@khaoyai.org